ความรู้ที่ได้รับ
➤ ความหมายและความสำคัญของสถานศึกษา
การบริหารคือ ?
➥ การบริหาร คือ ศิลปะของการทำงานให้สำเร็จโดยใช้บุคคลอื่น
➥การบริหาร คือ การทำงานของคณะบุคคล ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่ร่วมกันปฏิบัติการให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน
➥การบริหาร คือ การที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปร่วมกันทำงาน เพื่อจุดประสงค์อย่างเดียวกัน
➥สรุปได้ว่า “การดำเนินงานของกลุ่มบุคคลเพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ที่วางไว้”
การศึกษา ?
➥การศึกษา คือ ความเจริญงอกงาม ทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
➥การศึกษา คือ การสร้างเสริมประสบการณ์ให้ชีวิต
➥การศึกษา คือ เครื่องมือที่ทำให้เกิดความเจริญงอกงามทุกทางในตัวบุคคล
➥สรุปได้ว่า “การพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ และความเป็นคนดี”
“การบริหารการศึกษา” หมายถึง “การดำเนินงานของกลุ่มบุคคล เพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ
ทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ และความเป็นคนดี”
ทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ และความเป็นคนดี”
ความสำคัญของการบริหารการศึกษา : การบริหารงานบุคคล เพราะบุคคลเป็นทรัพยากรที่มีค่าในองค์กร
ที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถดำเนินกิจการต่างๆ
ให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ และจำเป็นจะต้องมีผู้บริหารจะต้องมีความรู้เรื่องการบริหารเป็นอย่างดี
ที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้ไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งจะทำให้องค์กรสามารถดำเนินกิจการต่างๆ
ให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ และจำเป็นจะต้องมีผู้บริหารจะต้องมีความรู้เรื่องการบริหารเป็นอย่างดี
หลักการ แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษา
หลักการบริหารงานบุคคล
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2545) ให้แนวคิดในการบริหารและการจัดการที่ดี
เพื่อมาปรับใช้ในบริบทขององค์กรทางการศึกษา ในประเด็กดังนี้
เพื่อมาปรับใช้ในบริบทขององค์กรทางการศึกษา ในประเด็กดังนี้
1. การกำหนดจุดหมาย ผลที่คาดหวัง หรือภาพความสำเร็จของการบริหาร
และการจัดการที่ดี (Goal / Expected / Output)
และการจัดการที่ดี (Goal / Expected / Output)
2. กระบวนการบริหารและการจัดการที่ดี (Process)
3. ทรัพยากรในการบริหารจัดการที่ดี (Input / Resource)
4. ระบบควบคุม (Feedback / Control System)
5. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารและการจัดการที่
ขอบข่ายการบริหาร
1. การวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง
2. การสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง โดยมีการดำเนินการสอบแข่งขัน สอบคัดเลือก
ทฤษฏีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการสถานศึกษา
พัฒนาการของทฤษฏีทางการบริหาร
1.ทัศนะดั้งเดิม (Classical viewpoint)
1.1 การบริหารเชิงวิทยาศาสตร์
Frederick. W. Taylor (เทเลอร์) บิดาแห่งการบริหารเชิงวิทยาศาสตร์ ได้เสนอ หลัก 4 ประการ
➜ ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ มีการแยกวิเคราะห์งาน
➜ มีการวางแผนการทำงาน
➜ คัดเลือกคนทำงาน
➜ ใช้หลักการแบ่งงานกันทำระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายปฏิบัติ
1.2 การจัดการเชิงบริหาร
Chester Barnard : ทฤษฏีการยอมรับอำนาจหน้าที่
Max Weber พัฒนาหลักการจัดการแบบราชการ
➜ มีกฎระเบียบข้อบังคับเพื่อควบคุมการตัดสินใจ
➜ ความไม่เป็นส่วนตัว
➜ แบ่งงานกันทำตามความถนัด ความชำนาญเฉพาะทาง
➜ มีโครงสร้างการบังคับบัญชา
➜ ความเป็นอาชีพที่มั่นคง
➜ มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจ โดยมีกฎระเบียบรองรับ
➜ ความเป็นเหตุเป็นผล
➜ การบริหารแบบราชการ
2.ทัศนะเชิงพฤติกรรม (Behavioral viewpoint)
2.1 ทฤษฏีพฤติกรรมระยะเริ่มแรก (Early behavioral theories)
✦ Hugo Munsterberg บิดาแห่งจิตวิทยาอุตสาหกรรม ใช้หลักจิตวิทยาในการจำแนกคนงาน
ให้เหมาะสมกับงาน
ให้เหมาะสมกับงาน
✦ Mary Parker Follett นักปรัชญาแห่งเสรีภาพของบุคคล เน้นสภาพแวดล้อม
ในการทำงานและการมีส่วนร่วม
ในการทำงานและการมีส่วนร่วม
2.2 การศึกษาที่ฮอว์ธอร์น (Hawthorne studies)
✦ การทดลองของบริษัท เวสเทิร์น อิเล็กทริก ที่เมืองฮอว์ธร์น
เพื่อศึกษาเกี่ยวกับผลของแสงไฟต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
เพื่อศึกษาเกี่ยวกับผลของแสงไฟต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
✦ ในช่วงท้ายของการทดลอง Elton Mayo ร่วมทำการทดลอง สรุปข้อค้นพบว่า
- เงินไม่ใช้สิ่งจูงใจสำคัญเพียงอย่างเดียว
- กลุ่มไม่เป็นทางการมีอิทธิพลต่อองค์การ
2.3 การเคลื่อนไหวเชิงมนุษยสัมพันธ์ (Human relation movement)
Abraham Maslow : มาสโลว์ ทฤษฏีลำดับขั้นความต้องการ
Douglas McGregor : แมคเกรเกอร์ ทฤษฏี X และทฤษฏี Y
- เป็นสมมติฐานเกี่ยวกับทัศนะเกี่ยวกับผู้บริหารที่มีต่อคนงาน
- ทฤษฏี X มองว่าคนไม่ชอบทำงาน เลี่ยงความรับผิดชอบ ไม่ทะเยอทะยาน
ชอบให้สั่งการ ต้องใช้เงินจูงใจ ต้องควบคุมมาก
ชอบให้สั่งการ ต้องใช้เงินจูงใจ ต้องควบคุมมาก
- ทฤษฏี Y มองว่า คนจะให้ความร่วมมือถ้าพอใจในสภาวะการทำงาน คนขยันไว้ใจได้
ควบคุมตนเองได้ มีความคิดริเริ่มในการทำงาน ถ้าได้รับการจูงใจที่ถูกต้องจากเพื่อนร่วมงาน
ควบคุมตนเองได้ มีความคิดริเริ่มในการทำงาน ถ้าได้รับการจูงใจที่ถูกต้องจากเพื่อนร่วมงาน
2.4 หลักพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral science approach)
เป็นการนำผลการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนาทฤษฏีเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์
จากศาสตร์ สาขาต่างๆ เมื่อนำไปทดสอบแล้วจะเสนอให้นักบริหารนำไปใช้ เช่น ทฤษฏีการตั้งเป้าหมาย
ของ Locke
จากศาสตร์ สาขาต่างๆ เมื่อนำไปทดสอบแล้วจะเสนอให้นักบริหารนำไปใช้ เช่น ทฤษฏีการตั้งเป้าหมาย
ของ Locke
3.ทัศนะเชิงปริมาณ (Quantitative viewpoint)
3.1 การบริหารศาสตร์ (Management science)
มุ่งเพิ่มความมีประสิทธิผลในการตัดสินใจจากการใช้ตัวแบบคณิตศาสตร์และวิธีการเชิงสิติ
ซึ่งแพร่หลายได้รวดเร็วเนื่องจากความก้าวหน้าทางคอมพิวเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูล
ได้อย่างซับซ้อนมากขึ้น
ซึ่งแพร่หลายได้รวดเร็วเนื่องจากความก้าวหน้าทางคอมพิวเตอร์ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูล
ได้อย่างซับซ้อนมากขึ้น
3.2 การบริหารปฏิบัติการ (Operation management)
✦ ยึดหลักการบริหารกระบวนการผลิตและให้บริการ
✦ กำหนดตารางการทำงาน
✦ วางแผนการผลิต
✦ การออกแบบอาคารสถานที่ การประกันคุณภาพ
✦ การใช้เทคนิคเครื่องมือต่างๆ เช่น เทคนิคการทำนายอนาคต
✦ การวิเคราะห์รายการ ตัวแบบเครือข่ายการทำงาน การวางแผนและควบคุมโครงการ
3.3 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (management Information System)
สารสนเทศบริหารศาสตร์ MIS เน้นการนำเอาระบบข้อมูลสารสนเทศโดยอาศัย
เครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบริหาร (Computer based information system : CBISs)
เครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบริหาร (Computer based information system : CBISs)
4. ทัศนะร่วมสมัย (Contemporary viewpoint)
4.1 ทฤษฏีเชิงระบบ (System theory)
- ระบบเปิดกับระบบปิด
- มุ่งเน้นกระบวนการมากกว่าผลผลิต
4.2 ทฤษฏีการบริหารตามสถานการณ์ (Contingency theory)
หลักการบริหารงานที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์หนึ่งๆ เท่านั้น ในสถานการณ์ที่ต่างไป
ผู้บริหารอาจกำหนดหลักการจากการวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของแต่ละสถานการณ์
เพื่อกำหนดแนวทางให้เหมาะสมกับโครงสร้าง เป้าหมายและผู้ปฏิบัติงานในองค์การ
ผู้บริหารอาจกำหนดหลักการจากการวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของแต่ละสถานการณ์
เพื่อกำหนดแนวทางให้เหมาะสมกับโครงสร้าง เป้าหมายและผู้ปฏิบัติงานในองค์การ
4.3 ทัศนะที่เกิดขึ้นใหม่
ทฤษฏี Z ทฤษฏีการบริหารแบบญี่ปุ่น โดย William Ouchi โดยรวมหลักการบริหารแบบอเมริกัน
รวมกับแบบญี่ปุ่นมีหลักการสำคัญคือ ความมั่นคงในงาน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับผิดชอบปัจเจกบุคคล
เลื่อนตำแหน่งช้า ควบคุมไม่เป็นทางการ แต่วัดผลเป็นทางการ สนใจภาพรวมและครอบครัว
รวมกับแบบญี่ปุ่นมีหลักการสำคัญคือ ความมั่นคงในงาน การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ รับผิดชอบปัจเจกบุคคล
เลื่อนตำแหน่งช้า ควบคุมไม่เป็นทางการ แต่วัดผลเป็นทางการ สนใจภาพรวมและครอบครัว
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
การเข้าใจถึงหลักทฤษฎีของการบริหารสถานศึกษาในแบบต่างๆในแต่ละยุค สามารถนำมาเป็นแนวทาง
ในการบริหารสถานศึกษาตามที่เราอยากให้เป็นได้
ในการบริหารสถานศึกษาตามที่เราอยากให้เป็นได้
ประเมินผล
* เนื่องจากไม่ได้เข้าเรียน จึงไม่ทำการประเมินผล *
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น